VPD คืออะไร
VPD ย่อมาจาก Vapor Pressure Deficit คือความต่างระหว่างปริมาณไอน้ำที่อากาศมีอยู่ กับปริมาณที่อากาศรับไหวเมื่ออิ่มตัว หน่วยเป็นกิโลปาสคาล (kPa) พูดง่าย ๆ คืออากาศ "ดึง" น้ำออกจากใบแรงแค่ไหน
ค่านี้ส่งผลโดยตรงต่อการคายน้ำของพืช และการคายน้ำก็เป็นตัวพาน้ำและธาตุอาหารจากรากขึ้นไปที่ใบ
- VPD ต่ำเกินไป พืชคายน้ำได้ช้าหรือแทบไม่ได้ ดูดน้ำและปุ๋ยได้น้อย เนื้อใบอ่อนแอ และเสี่ยงโรคมากขึ้น
- VPD สูงเกินไป พืชถูกบังคับให้คายน้ำเร็ว เครียด ใบเหี่ยว และขอบใบไหม้
ทำไมดูความชื้นสัมพัทธ์อย่างเดียวไม่พอ
ความชื้นสัมพัทธ์เป็นเปอร์เซ็นต์เทียบกับปริมาณไอน้ำที่อากาศรับได้ ณ อุณหภูมินั้น อากาศร้อนรับไอน้ำได้มากกว่าอากาศเย็น ความชื้น 70% ตอน 25°C กับ 70% ตอน 35°C จึงดึงน้ำออกจากใบแรงไม่เท่ากัน เอกสาร e-GRO ของมหาวิทยาลัยจอร์เจียอธิบายว่า VPD บอกสภาพที่พืชเจอได้แม่นกว่าความชื้นสัมพัทธ์ เพราะรวมผลของอุณหภูมิไว้แล้ว
ทำไมแปลงเปิดแก้เรื่องนี้ไม่ได้
ในแปลงกลางแจ้ง VPD แกว่งไปตามอากาศทั้งวัน บ่ายแดดจัดอากาศร้อนและแห้ง VPD พุ่งสูงจนพืชเหี่ยวและขอบใบไหม้ กลางคืนหรือหลังฝนตก อากาศชื้นจัด VPD ต่ำจนพืชคายน้ำไม่ออกและโรคเข้าง่าย เราเลือกไม่ได้ว่าวันนี้อากาศจะเป็นแบบไหน
ทำไมแก้แล้วกลับมาอีก
รดน้ำเพิ่มหรือพรางแสงช่วยได้ชั่วคราว แต่ไม่ได้เปลี่ยนอากาศรอบใบ ตราบใดที่อุณหภูมิและความชื้นยังขึ้นกับฟ้าฝน อาการเดิมก็กลับมาทุกครั้งที่อากาศเปลี่ยน
VPD ที่เหมาะอยู่ประมาณเท่าไหร่
เอกสาร e-GRO ระบุช่วง VPD ที่เหมาะกับพืชโรงเรือนทั่วไปไว้ราว 0.45–1.15 kPa แต่ค่าที่เหมาะจริงต่างกันตามชนิดพืชและช่วงการเติบโต เช่น ต้นกล้าต้องการ VPD ต่ำกว่าต้นที่โตแล้ว ควรใช้ช่วงนี้เป็นจุดเริ่มต้น แล้วปรับจากการสังเกตพืชและข้อมูลในโรงเรือนของตัวเอง
วิธีหาค่า VPD ที่ง่ายที่สุดคือใช้ตาราง VPD เทียบอุณหภูมิกับความชื้นสัมพัทธ์ ซึ่งมีให้ใช้ทั่วไป
แก้ที่ต้นเหตุ: ครอบด้วยโรงเรือน แล้วคุมค่า VPD
เมื่อปลูกในโรงเรือน อากาศรอบพืชแยกออกจากอากาศข้างนอก อุณหภูมิและความชื้นจึงเป็นค่าที่ปรับได้ และปรับไปพร้อมกันได้
VPD สูงเกิน (ร้อนและแห้ง)
- ลดความร้อนที่เข้ามาด้วยม่านพรางแสงช่วงแดดแรง
- เพิ่มความชื้นด้วยพ่นหมอกหรือ EVAP แต่ต้องดูไม่ให้ชื้นเกิน
VPD ต่ำเกิน (ชื้นมาก โดยเฉพาะกลางคืน)
- ระบายอากาศเมื่ออากาศข้างนอกแห้งกว่า
- เพิ่มลมหมุนเวียนให้อากาศรอบใบไม่นิ่ง
- เลิกให้น้ำช่วงเย็น — ดูเพิ่มในความชื้นสูงจนเกิดเชื้อรา
หัวใจคือคุมความชื้นโรงเรือนไปพร้อมกับอุณหภูมิ ถ้าแก้ทีละค่า ฝั่งหนึ่งมักไปกระทบอีกฝั่ง เช่น พ่นหมอกลดร้อนจนชื้นเกิน หรือเปิดพัดลมไล่ความชื้นจนอากาศแห้งเกิน
อยากเห็นการคุมอุณหภูมิและความชื้นไปพร้อมกันของจริง?
มาอบรม Smart Farm Installer ฟรี (ภาคเบื้องต้น) จัดทุกเดือน พร้อมปรึกษาและสอบถามราคาออกแบบ-ติดตั้งโรงเรือนกับ Speedy Access ทีมออกแบบและติดตั้งโรงเรือนประสบการณ์กว่า 35 ปี ได้ในวันอบรม ผู้เข้าอบรมรับส่วนลดพิเศษ 15–20% สำหรับ controller
ลงทะเบียน Installer ฟรีติดตามรอบอบรมถัดไปได้ที่เพจ TrolMaster และ Speedy Access
คุมอุณหภูมิและความชื้นไปพร้อมกันด้วย GCS-1
GCS-1 ตัวควบคุมของ TrolMaster รับค่าจากเซนเซอร์ในและนอกโรงเรือน แล้วสั่งอุปกรณ์ให้สองค่านี้อยู่ในช่วงที่ตั้งไว้ตลอด 24 ชั่วโมง
- เซนเซอร์ MBS-GH วัดอุณหภูมิและความชื้นจากจุดเดียวกันต่อเนื่องตลอดวัน ใช้เทียบตาราง VPD ได้
- พัดลม Aero-Fan ในโหมด Cool priority หรือ Dehu priority ใช้ทั้งอุณหภูมิและความชื้นในการคุมรอบพัดลม แล้วเลือกได้ว่าเมื่อทำได้ไม่ครบทั้งสองค่า จะให้ค่าไหนสำคัญกว่า
- โมดูลความชื้น DSH-1 สั่งอุปกรณ์เพิ่มหรือลดความชื้น ตั้งค่ากลางวันและกลางคืนแยกกัน
- สถานีตรวจอากาศ MBS-WS วัดอุณหภูมิและความชื้นภายนอก ให้ระบบไม่ดึงอากาศที่แย่กว่าเข้ามา
- มอเตอร์ม่าน AMC-1 / DMC-1 พรางแสงตามความเข้มแสง ลดความร้อนที่เป็นต้นเหตุของ VPD สูง
การคุม VPD บน GCS-1 ทำผ่านการตั้งอุณหภูมิและความชื้นให้อยู่ในช่วงที่ได้ VPD ตามเป้า โดยเทียบจากตาราง VPD
แนวทางป้องกันที่ใช้ได้กับทุกปัญหา: ครอบด้วยโรงเรือน แล้วควบคุมด้วยระบบ
- โรงเรือนกันฝน แดดจัด และแมลงจากภายนอก ทำให้สภาพแวดล้อมรอบพืชเป็นสิ่งที่ควบคุมได้ ออกแบบและติดตั้งโดย Speedy Access ทีมออกแบบและติดตั้งโรงเรือนประสบการณ์กว่า 35 ปี
- ตัวควบคุม GCS-1 ของ TrolMaster เป็นศูนย์กลาง สั่งงานอุปกรณ์ทั้งโรงเรือนตามค่าที่ตั้งไว้ตลอด 24 ชั่วโมง โดย Speedy Access เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้า TrolMaster
- เซนเซอร์และอุปกรณ์ TrolMaster สำหรับปัญหานี้: เซนเซอร์ MBS-GH วัดอุณหภูมิและความชื้นต่อเนื่อง พัดลม Aero-Fan และอุปกรณ์เพิ่ม-ลดความชื้น ทำงานตามค่าที่ตั้ง
สรุปให้สั้นที่สุด
VPD บอกว่าอากาศดึงน้ำออกจากใบแรงแค่ไหน · ต่ำไปคายน้ำไม่ออก เสี่ยงโรค · สูงไปเหี่ยว ใบไหม้ · แปลงเปิดคุมไม่ได้ ต้องครอบด้วยโรงเรือน แล้วให้ GCS-1 คุมอุณหภูมิกับความชื้นไปพร้อมกัน
กำลังมองหาโรงเรือนสำหรับฟาร์มของคุณ?
สำหรับเกษตรกรและเจ้าของฟาร์มที่กำลังจะสร้างโรงเรือน ไม่ว่าจะเป็นโรงเรือนปลูกผัก โรงเรือนเมล่อน หรือโรงเรือนสตรอว์เบอร์รี ควรรู้ก่อนว่าต้องควบคุมอะไรบ้าง จึงจะเลือกแบบและประเมินราคาโรงเรือนได้ถูก
- โรงเรือนมีกี่แบบ แบบไหนเหมาะกับพืชและงบของฟาร์ม
- อบรม Smart Farm Installer ฟรี เห็นระบบโรงเรือนอัจฉริยะของจริง และปรึกษาทีมออกแบบโรงเรือนและรับสร้างโรงเรือนจาก Speedy Access ได้ในวันอบรม
คำถามที่พบบ่อย
VPD คืออะไร
คือความต่างระหว่างไอน้ำที่อากาศมีอยู่กับปริมาณที่อากาศรับได้เมื่ออิ่มตัว หน่วยเป็น kPa ใช้บอกว่าอากาศดึงน้ำออกจากใบพืชแรงแค่ไหน ซึ่งส่งผลต่อการคายน้ำ การดูดน้ำและธาตุอาหาร
ค่า VPD ที่เหมาะกับพืชโรงเรือนเท่าไหร่
เอกสาร e-GRO ของมหาวิทยาลัยจอร์เจียระบุช่วงราว 0.45–1.15 kPa สำหรับพืชโรงเรือนทั่วไป แต่ค่าที่เหมาะจริงต่างกันตามชนิดพืชและช่วงการเติบโต
ทำไมความชื้นเท่ากันแต่พืชตอบสนองต่างกัน
เพราะความชื้นสัมพัทธ์ขึ้นกับอุณหภูมิ อากาศร้อนรับไอน้ำได้มากกว่า ความชื้นเปอร์เซ็นต์เดียวกันที่อุณหภูมิสูงกว่าจึงมี VPD สูงกว่า และดึงน้ำออกจากใบแรงกว่า
คุมอากาศรอบใบได้ ผักก็ไม่เหี่ยวซ้ำ
มาอบรม Smart Farm Installer ฟรี (ภาคเบื้องต้น) จัดทุกเดือน พร้อมปรึกษาและสอบถามราคาออกแบบ-ติดตั้งโรงเรือนกับ Speedy Access ทีมออกแบบและติดตั้งโรงเรือนประสบการณ์กว่า 35 ปี ได้ในวันอบรม ผู้เข้าอบรมรับส่วนลดพิเศษ 15–20% สำหรับ controller
ลงทะเบียน Installer ฟรีติดตามรอบอบรมถัดไปได้ที่เพจ TrolMaster และ Speedy Access
แหล่งอ้างอิง
- Paul Thomas, University of Georgia. Vapor Pressure Deficit? Why Should I Track That? e-GRO Alert (2018)
- Speedy Access × TrolMaster. เอกสารอบรม Smart Farm Installer บทที่ 4: VPD และ DLI (2569)
- TrolMaster. Green-X Greenhouse Control System (GCS-1) User Manual (2025)

